Saturday, April 5, 2025

เข้าอบรมสัมมนาเกียรติบัตร💖

การเรียนรู้ครั้งที่17📚💖

 ความรู้ที่ได้รับ📚💡

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 11 หัวข้อ คือ GEN Z สร้างสรรค์พาชาติไทยเจริญ

- Generation หรือที่เรียกสั้นๆว่า Gen คือ การแบ่งกลุ่มประชากรตามหลักประชากรศาสตร์ (Demography) โดยมีการแบ่ง Gen ตามช่วงปีเกิด โดยจะแบ่งเป็น 5 Gen คือ Gen B, Gen X, Gen Y, Gen Z และ Gen Alpha ซึ่งแต่ละรุ่นมีข้อดีและลักษณะพิเศษที่แตกต่างกัน 

แต่ละเจเนอเรชัน (Generation) มีลักษณะและประสบการณ์ที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาที่เติบโตและเหตุการณ์สำคัญในแต่ละยุคสมัย ต่อไปนี้คือลักษณะคร่าวๆ ของแต่ละเจ็น:

1. Baby Boomers (เกิดประมาณ 1946-1964)

   - เติบโตในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

   - มักมีค่านิยมในเรื่องการทำงานหนัก ความมั่นคงทางการเงิน และครอบครัว

   - การใช้เทคโนโลยีจำกัด, มักเป็นผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

2. Generation X (เกิดประมาณ 1965-1980)

   - เติบโตในยุคที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาท

   - ค่านิยมเกี่ยวกับความเป็นอิสระและความยืดหยุ่นในชีวิต

   - ประสบการณ์ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

3. Millennials หรือ Generation Y (เกิดประมาณ 1981-1996)

   - เติบโตพร้อมกับการเติบโตของอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิทัล

   - มีทัศนคติที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น มักจะมองหาโอกาสในการพัฒนาตนเอง

   - การใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียเป็นส่วนสำคัญในชีวิต

4. Generation Z (เกิดประมาณ 1997-2012)

   - เติบโตในยุคดิจิทัลตั้งแต่เกิด มีการใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย

   - มีทัศนคติที่เป็นกลางและมักใส่ใจเรื่องความยุติธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

   - ชอบการเรียนรู้แบบออนไลน์และมีการปรับตัวได้ดีในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

5. Generation Alpha (เกิดประมาณ 2013 ขึ้นไป)

   - เจเนอเรชันนี้เติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Internet of Things (IoT), และโลกดิจิทัล

   - การเรียนรู้และการเติบโตของพวกเขาอาจมีความเชื่อมโยงกับการใช้เทคโนโลยีอย่างแน่นหนา

แต่ละเจเนอเรชันมีประสบการณ์และความคาดหวังที่แตกต่างกันตามยุคสมัยที่พวกเขาเติบโตมา.




การเรียนรู้ครั้งที่16📚💖

 ความรู้ที่ได้รับ📚💡

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 10 หัวข้อ คือ สร้างสรรค์ 3มิติ ในโลกกราฟฟิค

- การสร้างสรรค์ 3 มิติในโลกกราฟิกคือการสร้างโมเดลและภาพที่สามารถแสดงผลในมิติทั้งสามโดยการใช้ซอฟต์แวร์และเครื่องมือกราฟิกที่ช่วยในการออกแบบและจำลองวัตถุหรือสภาพแวดล้อมในรูปแบบ 3D ที่มีความสมจริงหรือเป็นนามธรรมตามความต้องการ

- การใช้เทคโนโลยีในการช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การแต่งเพลง คำคล้องจอง หรือช่วยสรุปเนื้อหา

- การใช้เทคโนโลยีมาปรับใช้ในการสอนจะช่วยให้เด็กสามารถเข้าใจในสื่อเทคโนโลยีได้ง่าย ทันต่อโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

กิจกรรมที่ 1 การใช้โปรแกรมChatGPT ช่วยออกแบบสามมิติ


กิจกรรมที่ 2 การสร้างสามมิติจากดินน้ำมัน ที่เราได้ออกแบบไว้


กิจกรรมที่ 3 การใช้ChatGPT ช่วยแต่งคำคล้องจอง


การเรียนรู้ครั้งที่15📚💖

 ความรู้ที่ได้รับ📚💡

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 9 หัวข้อ คือ Coding คิดได้ เล่นเป็น

- จัดรูปแบบอนนไลน์

- Coding เป็นการเรียนรู้แนวคิดการเขียนโปรแกรม (Coding) โดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นการเรียนแบบออฟไลน์ โดยใช้อุปกรณ์ที่จับต้องได้ เช่น กระดาษ ผ้า เกม หรือการเล่นร่วมกัน ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กเล็กหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้หลักการพื้นฐานของ Coding

- Coding สำหรับเด็กอนุบาล 

ในวัยอนุบาล เด็ก ๆ จะเรียน Coding ในรูปแบบ Unplugged Coding เป็นการเรียนรู้แบบไม่ใช้คอมพิวเตอร์ แต่เรียนรู้ผ่านการเล่น เรียนรู้จากการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านสื่อที่เหมาะกับเด็กวัยอนุบาล เช่น กิจกรรมสนุก ๆ เกม นิทาน บัตรภาพ หรือบทเพลง


- Coding เป็นการสอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาจากโจทย์ง่าย ๆ ที่ตั้งไว้ เช่น จะพาหนูน้อยหมวกแดงเดินทางไปเส้นทางไหนที่ไม่ผ่านสวนดอกไม้และหมาป่า เด็ก ๆ จะได้ฝึกการคิดแก้ปัญหา การวางแผนอย่างเป็นระบบ ผ่านการเขียนชุดคำสั่งเป็นโค้ด รหัส หรือสัญลักษณ์ง่าย ๆ เช่น ลูกศร หรือการใช้สีแทนค่าแทนคำตอบ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างโจทย์ง่าย ๆ ได้เพื่อให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเองและเกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้


- Coding สำคัญกับเด็ก ๆ อย่างไร

  • รู้จักวางแผนอย่างเป็นลำดับขั้นตอน
  • รู้จักการคิดแบบยืดหยุ่น
  • ได้พัฒนาการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลและเป็นระบบ
  • ได้ฝึกการคิดแก้ปัญหา



การเรียนรู้ครั้งที่14📚💖

 ความรู้ที่ได้รับ📚💡

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 8 หัวข้อ คือ STEM Fun and Learn สนุกคิด สนุกสร้าง

- STEM ย่อมาจาก Science, Technology, Engineering and Mathematics หรือการบูรณาการความรู้ระหว่าง 4 สาขาวิชา ซึ่งได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์

- STEM  คือการนำเอาทักษะ STEM มาจัดเป็นรูปแบบการศึกษา ที่ผสานรวมหรือบูรณาการความรู้ทั้ง 4 สาขาเข้าด้วยกัน

STEM ย่อมาจาก Science (วิทยาศาสตร์), Technology (เทคโนโลยี), Engineering (วิศวกรรมศาสตร์), และ Mathematics(คณิตศาสตร์) ซึ่งเป็นการบูรณาการการเรียนรู้ใน 4 สาขาหลักนี้ โดยเน้นการพัฒนาทักษะด้านการคิดเชิงวิทยาศาสตร์และการแก้ปัญหาอย่างมีระบบ การเรียนในรูปแบบ STEM ช่วยให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ สร้างสรรค์นวัตกรรม และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ดีขึ้นในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว.

การเรียนรู้ครั้งที่13📚💖

 ความรู้ที่ได้รับ📚💡

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 7 หัวข้อ คือ สารนิทัศน์ ประเมินเด็กได้จริงหรือ ? 

- สารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย (Documentation for Young Children)

หมายถึง การจัดทำข้อมูลที่ เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นร่องรอยของการเจริญเติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย จากการทำกิจกรรมทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ซึ่งหลักฐานและข้อมูลดังกล่าวที่บันทึกไว้เป็นระยะ จะเป็นข้อมูลที่บ่งบอกถึงพัฒนาการของเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา อีกทั้งยังสะท้อนถึง ประสิทธิภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูด้วย

- สารนิทัศน์ -- กระบวนการจัดทำสารนิทัศน์ 

  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 1 การบรรยายเรื่องราวหรือประสบการณ์ 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 2 การสังเกตพัฒนาการเด็ก 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 3 แฟ้มสะสมผลงาน 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 4 ผลงานรายบุคคลและรายกลุ่ม 
  • สารนิทัศน์ประเภทที่ 5 การสะท้อนตนเอง


การเรียนรู้ครั้งที่12📚💖

 ความรู้ที่ได้รับ📚💡

กลุ่มสัมมนากลุ่มที่ 6 หัวข้อ คือ สร้างภูมิคุ้มกันในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช้ EF ไม่ได้แล้ว

- ทักษะสมอง Executive Functions หรือ EF คือ เป็นกระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้าที่ช่วยให้คนเราสามารถควบคุม ความคิด อารมณ์ พฤติกรรม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ กล่าวได้ว่า EF เป็นความสามารถของสมองที่ใช้บริหารจัดการชีวิตในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งในด้านการเรียน การทำงาน โดยที่เราสามารถฝึกฝน และพัฒนาทักษะสมอง EF ได้อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะสมอง EF คือ ช่วงปฐมวัย เพราะสมองส่วนหน้าพัฒนา

ได้มากที่สุด ผู้ที่ได้รับการฝึกฝน EF จะเป็นผู้ที่สามารถคิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น

มีสุขภาพกายและใจที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข


องค์ประกอบของ EF (Executive Functions)

นักวิชาการในประเทศไทยจากองค์กรต่าง ๆ ได้แบ่งทักษะ EF ออกเป็น 9 ด้าน และสามารถ